ประวัติและความเป็นมา

กีฬาฟุตบอล

       กีฬาฟุตบอลเป็นกีฬาที่ไม่มีถิ่นฐานกำเนิดแน่ชัด เพราะในแต่ละประเทศทั่วโลกต่างก็ออกมาชี้แจงกันว่าประเทศของตนนั้นเป็นผู้ที่ให้กำเนิดกีฬาชนิดนี้กันทั้งสิ้น

สาเหตุที่ทำให้เกิดการถกเถียงกันว่าประเทศใดกันแน่ที่เป็นผู้ก่อตั้งกีฬาประเภทนี้ คงจะไม่มีข้อยุติได้ 

เพราะว่าแต่ละประเทศนั้นยังคงขาดหลักฐานที่เป็นรูปธรรมอันจะนำออกมาใช้เพื่ออ้างอิงกัน 

ในแต่ละประเทศก็จะมีกีฬาที่มีความละม้ายคล้ายคลึงกันกับกีฬาฟุตบอลในสมัยปัจจุบันนี้

ยกตัวอย่างเช่นประเทศจีนในสมัยราชวงศ์ฮั่น ก็มีการเล่นกีฬาที่คล้ายกับฟุตบอล มีชื่อเรียกกีฬานั้นว่า“  ซือ – ซู “ /  ( Tsu – Chu ) มีความหมายว่า การเตะลูกหนังด้วยเท้า ซึ่งผู้เล่นที่เล่นเก่งในสมัยนั้นจะถูกยกย่องให้เป็นวีรบุรุษของชาติ  

ในประเทศญี่ปุ่นเองก็มีกีฬาที่คล้ายฟุตบอลและก็ยังคงมีการละเล่นชนิดนี้อยู่จนปัจจุบันนี้ มีชื่อเรียกกีฬานี้ว่า“ เคมาริ “ / ( Kemari ) เป็นการละเล่นที่ผู้เล่น ต้องส่งบอลให้กันเป็นวงกลม โดยพยายามไม่ให้บอลตกพื้น  

นอกจากนั้นยังพบกีฬาที่มีความคล้ายคลึงกับฟุตบอลในสมัยโรมมันด้วย โดยมีชื่อเรียกว่า  “ ฮาร์ปาสตัม ” / ( Hatpastum )ซึ่งมีความหมายว่า การเหวี่ยงไปข้างหน้า และกีฬาชนิดนี้เกินความนิยมในช่วง  ค.ศ. 700 – 800

กีฬาฟุตบอลเริ่มจะมีกติกาการแข่งขันที่แน่นอนขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1962 ( พ.ศ. 2406 ) เพราะว่าประเทศอังกฤษได้ก่อตั้งสมาคมฟุตบอลขึ้น  โดยการจดกฎกติกาลงในสมุดด้วยลายมือของ  เอบีเนเซอร์ คอบบ์ มอร์เลย์  (Ebenezer Cobb Morley )ต่อมาสมุดเล่มที่จดกฎกติกาเล่มนั้นได้ไปอยู่ในหอสมุดแห่งชาติอังกฤษ ( British Library )

หลังจากนั้นกีฬาฟุตบอลก็ถูกพัฒนาต่อมาอีกเรื่อยๆ    กีฬาฟุตบอลถูกนำเข้ามาในราชอาณาจักรไทยช่วงสมัยรัชการที่  1 ในวันที่ 23 มิถุนายน  พ.ศ. 2468 ถือว่าเป็นประเทศแรกของโซนเอเชียที่เป็นสมาชิก ฟีฟ่า แต่เป็นทีมที่ไม่ประสบความสำเร็จในระดับไหนเลย  แต่กีฬาฟุตบอลก็ยังคงเป็นที่นิยมมาจนถึงยุคปัจจุบันนี้

กฎและกติกา ( คร่าวๆ )

  • สนามฟุตบอลต้องมีความยาว 90 – 120 เมตรและความกว้างระหว่าง 70 – 90 เมตร โดยมีขอบสนามทั้งด้านยาวและด้านกว้าง ด้านยาวของสนามเรียกว่า ” เส้นขอบสนาม “  ส่วนเส้นกว้างเรียกว่า “ เส้นประตู “  คานประตูต้องตั้งอยู่ กึ่งกลางระหว่างเส้นประตู โดยมีความสูง เหนือจากพื้นดิน  2.44 เมตร ( 8 ฟุต ) และแต่ละเสาอยู่ห่างกันในระยะ 7.32 เมตร ( 8 หลา ) โดยเสาและคานประตูต้องเป็นสีขาวเท่านั้น
  • ด้านหน้าประตูจะเป็นเขตโทษ ซึ่งผู้รักษาประตูสามารถใช้มือจับลูกบอลได้ และยังมีไว้สำหรับการเตะลูกโทษโดยการจะเตะลูกโทษ กรรมการในสนามจะเป็นผู้ตัดสินให้เท่านั้น ว่าควรมีลูกจุดโทษหรือไม่
  • ระยะการแข่งขันแบ่งออกเป็น  2 ครึ่ง ครึ่งละ 45 นาที ในการแข่งขันนั้นเวลาจะนับต่อเนื่องตลอดเวลา แม้แต่เวลาที่ ลูกฟุตบอลกระเด็นหรือถูกเตะออกนอกสนามก็ตาม และจะทำการทดเวลาบาดเจ็บให้ในช่วงท้ายของ แต่ละครึ่งเพื่อทดแทนเวลาที่เสียไป
  • ในสนามจะมีผู้เล่น  2  ฝั่ง  ฝั่งละ 11 คน   1 ใน 11 คนของฝั่งนั้นๆ ต้องเป็นผู้รักษาประตู โดยสามารถมีผู้เล่นสำรองนั่งเพื่อรอเปลี่ยนตัวได้ไม่เกิน  7 คน
  • การนับประตู จะนับว่าได้ประตูนั้นก็ต่อเมื่อ ลูกฟุตบอลถูกเตะเข้าเส้นประตูทั้งลูกเท่านั้น
%d bloggers like this: